วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สุดยอด WordPress Plug-in ที่คุณควรจะมี

 สุดยอด WordPress Plug-in ที่คุณควรจะมี


WordPress สุดยอด Engine สำหรับคนที่อยากทำเว็บ ทำBlog … ทำไม?  ก็เพราะมีคนใช้ WordPress มากมายทั่วโลก  มีคน download ไปใช้แล้วกว่า 65 ล้านครั้ง  เป็น CMS engine ที่ฮิตที่สุดในโลกตอนนี้  สาเหตุหลักจริงๆก็เป็นเพราะใช้งานง่าย มี Theme มี Plug-inให้ download ฟรีมากมายและที่สำคัญมัน”ฟรี”
เว็บนี้ก็ทำด้วย WordPress  … และผมก็ใช้ Plug-in มาเยอะพอสมควร  วันนี้ได้เวลาแล้ว ผมจะมาแนะนำ Plug-in ที่สำคัญๆที่คุณคนใช้ WordPress ควรจะมี


Akismet: อัน แรกคือ Plug-in ที่จำเป็นมากๆ ทำหน้าที่คอย block spam ต่างๆไม่ให้มารบกวน comment ในเว็บของเราเรา  ไม่ว่าเว็บเราจะดังไม่ดังแค่ไหน ไม่ต้องกลัว เว็บคุณจะเจอ spam แน่นอน แล้วถ้ามันมาเยอะๆก็ไม่ต้องทำอะไรกันหรอกครับ แค่นั่งลบก็เสียเวลาแย่แล้ว… Akismet ทำหน้าที่สำคัญนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก และไม่ต้องกลัวว่า Akismet จะลบผิดลบถูก  Akisment จะให้เราเป็นคนตัดสินใจว่า Comment นั้นเป็น Spam รึเปล่า  ถ้าเกิดไม่ใช่เราสามารถเรียกคืนกลับมากได้


Jetpack by WordPress:   ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า WordPress.com Stat  ทำหน้าที่แสดงสถิติเว็บของเรา เช่น มีคนดูเว็บเรากี่คนต่อวัน ต่ออาทิตย์ ต่อเดือน บทความไหนคนดูเยอะสุด คนเค้า search อะไรบ้างในเว็บเรา  คนเข้าเว็บเราจากทางไหนกันบ้าง … สถิติพวกนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราพัฒนาเว็บถูกทาง  สิ่งที่เราทำไปแล้วมีคนเห็นรึเปล่าน้า SEOนี่ใช้แล้วได้ผลรึเปล่าน้า(อ่านข้อต่อไป)  คนเค้าชอบบทความแบบไหนน้า Plug-inจะให้คำตอบคุณได้ … นอกจากนั้นมันก็สร้างแรงจูงใจด้วย เช่น โอ้วันนี้มีคนมาดูเว็บเราเพิ่มขึ้นเยอะเลย อะ อะ ขียนบทความอีกสักหน่อย ฮีดๆๆๆ  … ทุกวันนี้ Jetpack นอกจากจะมี Stat แล้วยังสามารถทำอะไรอย่างอื่นได้หลากหลาย เช่น email subscription, Widget สำหรับแสดง Tweet ..


All in one SEO pack:  ใคร ยังไม่รู้จักว่า SEO คืออะไร แล้วคุณจะเข้าใจมากขึ้นเมื่อคนใช้ Plug-in นี้,  SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization, มันคือการทำให้เว็บคุณกับ Search Engine รู้จักกันมากขึ้น ปรองดองกันมากขึ้น   มันจะทำให้เว็บคุณถูกค้นหาง่ายขึ้น  เมื่อมีคนค้นหา”คำ”ที่ตรงกับสิ่งที่เว็บคุณมี สิ่งที่เว็บคุณเป็น เว็บคุณก็จะถูกแสดงในระดับต้นๆ ทำให้มีคนเข้ามาเว็บคุณมากขึ้น …  Plug-in ตัวนี้ทำให้มีคนเข้าเว็บผมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ SEO


Disqus comment system:  Plug-in นี้เป็นการเพิ่มพลังให้กับระบบ comment , ทำให้ comment มีความเป็น Social มากขึ้น มีการโต้ตอบมากขึ้น,  comment ในแต่ละบทความเราจะถูก Sync กับเว็บ Disqus และ comment พวกนั้นจะถูก index กับ search engine ต่างๆ(SEO อีกแล้ว)  ทำให้สามารถถูกค้นหาได้  ดึงคนเข้าเว็บมากขึ้น , คนที่สนใจใน comment ไหนๆสามารถ subscribe ได้(จะมี email ส่งไปหาเมื่อมี comment ใหม่ๆ),   สามารถสมัคร feed ของ comment ได้, Disqus มีระบบที่จะกรอง comment ที่เป็น spam ให้ด้วย


Facebook, Twitter & Google+ social widget:  ทุก วันนี้คงไม่มีใครว่า Social Network ไม่สำคัญเนอะ  ถ้าคุณไปตามเว็บ Blog ต่างๆ หรือแม้แต่เว็บหนังสือพิมพ์ดังๆ คุณก็จะเจอปุ่ม Like ของ Facebook, เจอปุ่ม Tweet ของ Twitter, ปุ่ม +1 ของ Google+ และปุ่มจาก Social Network ตัวอื่นๆมากมาย … Plugin ตัวนี้ทำหน้าที่นี้แหละครับ  ใส่ปุ่ม Social Network ให้แต่ละบทความเรา, ผมลองใช้ Plug-in แบบนี้มาหลายตัวแล้วแหละ บางตัวหน้าตาดี บ้างตัวมี Social Network ให้เลือกเป็นร้อยเลยครับ แต่ผมว่า Plug-in ตัวนี้หน้าตาง่ายๆดี แล้วก็มีแค่ Facebook, Twitter และ Google+ เองด้วย  แต่ผมว่ามันก็เพียงพอแล้วสำหรับคนไทย  ไม่ต้องมีเยอะมากให้คนอ่านงงหรอก


Wordbooker: นอก จากปุ่ม like ในแต่ละบทความจะจำเป็นแล้ว  การ post บทความใหม่เราลงให้หน้า page ของ facebook ก็สำคัญ เพราะคนที่มา like หน้า page เราจะเห็นบทความใหม่เราใน feed facebook ของเค้า … wordbooker จะเอาบทความใหม่ที่เรา publish ลงใน wordpress ไปใส่ลงในหน้า page ของ facebook ให้อัตโนมัติ… ผมแนะนำให้ใช้คู่กับ twitter app  ใน facebook … twitter app จะทำการ post ข้อความใน facebook ของคุณลงไปใน Twitter …. ถ้าทำตามนี้เวลาคุณ publish บทความใน wordpress เมื่อไหร่ คุณก็จะมีบทความไปลงใน facebook page  และ twitter  ของคุณโดยอัตโนมัติ


Wysija Newsletters:  Wysija ย่อมาจาก What You See Is Just Awesome ซึ่งมันก็ Awesome (เจ๋ง)จริงๆน่ะแหละ  Plug-in ตัวนี้ทำให้เราสร้างรูปแบบ email หน้าตาดีและสร้างง่ายๆด้วยการลากปุ่มมาแปะ ลากรูปมาแปะ ลาก พิมพ์…  และเราสามารถตั้งให้ Wysija ส่ง email ไปหาทุกคนที่สมัครสมาชิกกับเว็บเราได้   จะให้ส่ง email ทุกครั้งที่มีบทความใหม่ก็ได้  จะให้ส่ง email สรุปทุกๆวัน ทุกๆอาทิตย์ก็ได้แล้วแต่เราจะตั้ง …


Yet Another Related Posts Plugin:  สิ่ง หนึ่งที่ทำให้คนอ่านเว็บเราอยู่กับเว็บเรานานๆ ก็คือหาอะไรให้เค้าอ่านไปเรื่อยๆ  อะไรหล่ะที่จะทำให้เค้าอ่านต่อ ก็อะไรหละที่คล้ายๆกับบทความที่เค้าอ่านอยู่ ที่เค้าสนใจอยู่  นี่แหละคือสิ่งที่ Plug in ตัวนี้ทำ  มันจะทำหน้าที่หาบทความอื่นๆของเราที่เกี่ยวข้องกับบทความที่คนอ่านกำลัง อ่านอยู่มาแสดง… คนอ่านเมื่ออ่านจบเหลือบมาเห็นชื่อบทความพวกนี้ก็จะคลิ๊กเข้าไปผ่านต่อได้


Faster Image Insert:  ถ้าบทความคุณไม่ต้องใส่รูปมากๆก็คงไม่มีปัญหาอะไร  แต่ถ้าคุณต้องใส่รูปมากๆ เช่นบทความพวก Review บทความพาชมงานต่างๆ  เช่น บทความนี้  ผมแนะนำ Plugin นี้เลย … ช่องใส่รูปจะอยู่หน้าเดียวกับที่เราเขียนบทความ(ไม่ได้เป็น pop up) แล้วสามารถแก้ไขชื่อหรือข้อมูลของหลายๆภาพในเวลาเดียวกัน   สามารถใส่รูปทีและหลายๆรูปได้ … สะดวกเหลือหลาย


Lightbox plus:  อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับรูปอีกหน่อย  รู้ไหมเวลาที่เราใส่รูปลงไปที่บทความแล้วเราไม่ได้แก้ linkในรูป   เวลามีคนคลิ๊กที่รูปแล้วมันจะเป็นยังไง?   มันก็จะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาแสดงรูปนั้นรูปเดียวชิดขอบบนซ้ายในหน้าต่าง ว่างๆ  ดูแล้วเหมือนเว็บไซด์ถูกๆ เห่ยๆ … Lightbox plus จะทำให้เวลาที่มีคนคลิ๊กที่รูป มันจะแสดง pop up ของรูปนั้นขึ้นมาอยู่ในกรอบหน้าตาดี  ทำให้เว็บเราดูไฮโซขึ้น  เราสามารถกำหนดขนาดรูปที่จะให้แสดงได้ซึ่งเหมาะความต้องการที่จะแปะรูป ใหญ่ๆลงไปในบทความแต่ให้แสดงเป็นรูปเล็กๆในบทความก่อน(เพราะมันจะเกินขนาด หน้าเว็บ) แล้วถ้าคนดูเค้าอยากเห็นรายละเอียดในรูป เราก็ค่อยให้เค้าคลิ๊กรูปได้
ปล. เวลาจะใช้ Plug-in อันนี้   คุณต้องมีการเรียกใช้ footer ในหน้า index.php ด้วยน่ะ (เรียกโดยการใส่ Tag   <?php get_footer(); ?> ครับ)


Revision Control:   ใครเขียนๆบทความค้างอยู่ แล้วไม่ได้ save เสร็จแล้วเครื่องแฮงค์  หรือเขียนไป save ไปแต่พอ save เสร็จแล้วไอ้ที่เราเขียนมันดันกลายเป็นตัวอักษรประหลาดซะนี่ ทำยังไงหล่ะ … สิ่งที่เราทำเพื่อป้องกันสถานะการพวกนี้ก็คือ การเปิดใช้ Revision หรือมันคือการเก็บเวอร์ชั่นที่เรา save ไว้ก่อนหน้านี้ไว้หลายๆเวอร์ชั่น … การเปิดใช้ให้เข้าไปหน้าที่เราเขียนบทความ เสร็จแล้วก็กดที่ปุ่ม “Screen Options” ด้านบนขวาของหน้า (ข้างล่าง profile ของเรา)  เสร็จแล้วให้ติ๊กถูกที่หัวข้อ Post revision แค่นี้ก็เป็นการเปิดใช้แล้ว  เวอร์ชี่นที่เรา Save จะอยู่ด้านล่างของหน้าที่เราเขียนบนความ(ใต้หัวข้อ Post Revision) … ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราสามารถกลับไปเอาบทความเวอร์ชั่นที่ Save ก่อนหน้านี้มาใช้ใหม่ได้ …  ส่วน Plugin Revision Control นั้น จะทำให้เรากำหนดได้ว่า เราต้องการจะให้ wordpress เก็บบทความเราไว้ย้อนหลังกี่ Revision   เพราะถ้าเก็บไว้หลายเวอร์ชั่นมากๆเวลาคนเปิดหน้าบทความนั้นจะใช้เวลานานขึ้น เยอะเลย(เพราะ wordpress ต้องมานั่งดูว่าเวอร์ชั่นไหนเป็นอันล่าสุด) … ผมแนะนำให้เก็บแค่ 3 revision ก็พอ


TinyMCE Advanced:  เวลาเขียนบทความใน wordpress มันไม่ง่ายเหมือนเขียนใน MS word ซะทีเดียว เช่น ถ้าเราต้องการเว้นบรรทัดหลายๆบรรทัด เราไม่สามารถจะกด enter ลงมาเรื่อยๆได้ เราต้องใช้  ”&nbsp;”  ในการเว้นบรรทัด …  TinyMCE Advanced จะทำให้คุณเขียนบทความใน wordpress ได้ง่ายเหมือนกับเขียนใน MS word  เช่น  กด enter เพื่อเรื่อยบรรทัดลงมาเรื่อยๆ, เปลี่ยนขนาด font ได้ , เปลี่ยน font ได้, ทำย่อหน้าได้, เปลี่ยนสีตัวอักษร, ไฮไลท์, ใส่ Quote … เยอะแยะ จำเป็น จำเป็น


Viper’s Video Quicktags:  ทุก วันนี้เขียนบทความโดยไม่แปะวีดีโอพวก youtube หรือ vimeo ไม่ได้แล้ว … วีดีโอทำให้เราเข้าใจอะไรง่ายๆ  วีดีโอดูง่ายกว่านั่งอ่านตัวหนังสือยาวๆ , plug-in ตัวนี้จะทำให้คุณใส่ Tag link ของวีดีโอต่างๆได้ และทำให้คุณสามารถควบคุมวีดีโอได้ตามใจมากกว่า เช่น ขนาดวีดีโอ จะให้ player เป็นสีอะไร   ขอบเป็นสีอะไร  เล่นแบบอัตโนมัติเลยรึเปล่า วนลูปรึเปล่า  จะให้แสดงชื่อวีดีโอรึเปล่า จะให้แสดงปุ่มเพื่อขยายให้เต็มจอรึเปล่า … เก้าลอเก้า


WP About Author:  ถ้า คุณไม่ได้เขียนบทความคนเดียวในเว็บ คุณควรจะให้เกียรติผู้เขียน (หรือให้เกียรติตัวเอง)โดยการแสดงหน้าตาเค้า ประวัติเค้า หรือ link ไปยังเว็บส่วนตัว Twitter, Facebook ของผู้เขียน … WP About Author ทำการแสดงส่วนนี้ได้ดีทีเดียว


แล้วคุณหละ  มี Plug-in ดีๆ ,  มี Tips การใช้ WordPress ดีๆอะไรบ้างครับ,  รู้อะไรดีๆเอามาแบ่งกันบ้างน่ะครับ
ขอให้สนุกกับการใช้ WordPress ครับ  ;)
ข้อมูลจาก http://www.techz500.com/?p=3582

การตั้งค่าเบื้องต้นหลังจากติดตั้ง WordPress


การตั้งค่าเบื้องต้นหลังจากติดตั้ง WordPress

By admin on January 12th, 2011

เป็นการตั้งค่าพื้นฐานที่จำเป็นก่อนนะครับ ส่วนชั้นสูงขอยกไปโพสต่อไปละกันครับ
1. General Settings

เป็นการตั้งค่าพื้นฐานขั้นแรกๆ ครับ วิธีทำก็ไปที่  Settings(ที่หน้าควบคุมหรือ Dasboard)>>>General

จากนั้นกรอกรายละเอียดเว็บของเราลงไป

Site Title: สโลแกนของเว็บเราครับ แบบสั้น

Tagline: ส่วนนี้จะเป็นคำอธิบายเว็บครับ

WordPress address (URL):กำหนด url ของ wordPress ถ้าเปลี่ยนตรงนี้ก็จะเป็นต้องย้ายไฟล์ที่เกี่ยวข้องไปด้วยครับ แต่ถ้าเติมแค่ คำว่า www ไว้ข้างหน้าโดเมนเราก็ไม่มีปัญหาครับ

Site address (URL): ที่อยู่สำหรับผู้ชมเว็บไซต์ของเราครับสามารถเติม คำว่า www ไว้ข้างหน้าโดเมนเราก็ได้ครับ แล้วแต่ชอบ

E-mail address : E-Mail ของเว็บมาสเตอร์ครับ

Membership: ถ้าติกถูกตรงนี้ก็หมายถึงอนุญาตให้มีการสมัครสมาชิกของเว็บเราได้

New User Default Role: กำหนดว่าถ้ามีการสมัครแล้วจะกำหนดให้เข้าถึงได้ในระดับใด(ค่าตั้งต้น)

ส่วนมากเพื่อความปลอดภัยจะกำหนดให้เป็นแค่ Subscriber เป็นผู้รับข่าวสารจากเราเท่านั้น

Timezone: กำหนดเวลาเป็น +7 เวลาประเทศไทยครับ

และก็กด Save Changes
2. Writing Settings

ขยาย บรรทัดการพิมพ์โพส จาก 10 เป็นประมาณ 50 หรือ 60 แล้วแต่ชอบครับ ตรงนี้จะขยายช่องการโพสเนื้อหาครับให้ใหญ่ขึ้นเราจะได้มองภาพรวมง่ายๆ ครับ วิธีทำก็ไปที่ Settings>>>Writing>>>Size of the post box กำหนดตามชอบครับประมาณ 50 กำลังเหมาะ
3. Permalink Settings

เปลี่ยน Link ของ บทความเพื่อเหตุผลด้าน SEO และความสวยงาม ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนตรงนี้ เวลาที่เราคลิกอ่านแต่ละโพสมันจะขึ้นแบบนี้ http://www.โดเมนเนม/?p=123

ถ้าเปลี่ยนแล้วจะเป็นประมาณนี้ครับ http://www.seoweb.in.th/how-to-use-wordpress/settings-after-you-install-wordpress.html

วิธีทำก็ไปที่ settings>>>Common settings>>>ตรง Custom Structure ให้เป็นเป็น

/%category%/%postname%.html

จากนั้นจะขึ้นโชว์ว่า You should update your .htaccess now.

หมายถึงให้ก็อบปี้โคด ด้านล่างที่มันสร้างขึ้นมาทั้งหมดนี้ แล้วไปเปิดด้วยไฟล์ Notepad แล้ว Save as เป็นชื่อ .htaccess

เสร็จแล้วก็ให้อัพโหลดไปเก็บไว้ที่โดเมนเนมของเราไว้ในโฟเดอร์ที่ชื่อ public_html และเปลี่ยน CHMOD เป็น 777

เท่านี้เราก็มี URL สวยๆ ไว้อวดผู้ชมเว็บแล้วครับ

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

5 อันดับ Plugins ของ WordPress สำหรับ E-commerce

วันนี้ผมหยิบเอาสุดยอด Plugins สำหรับการค้าขายของออนไลน์บน CMS ชื่อดังอย่าง WordPress มาให้รู้จักกันครับ เนื่องจากเป็น CMS ที่ใช้ง่ายตัวหนึ่งและยังมี Theme ให้เลือกใช้มากมายรวมถึงการเข้าถึงระบบ SEO เป็นอย่างมาก
ผมไม่ได้หยิบมาจาก Poll สำรวจที่ไหนหรอกนะครับ แค่ไปหยิบมาจากเว็บของ WordPress.org เค้าเองเลย ดูตามอันดับที่เป็นที่นิยมโหลดมากๆ และมีคนพูดถึงกันเยอะๆ ไม่ให้เสียเวลาแล้ว เรามาดูกันครับ
Wp e-commerce
Wp e-commerce
1.WP e-Commerce
Plugins ตัวนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมาเป็นเวลานาน อยู่เคียงคู่กับ WordPress มาตลอด จนมีคนเข้ามา download โดยผ่านทางเว็บของ wordpress.org มากถึง  1,707,197 คนแล้ว สำหรับวันที่เขียนวันนี้ 29/3/2555
เป็น plugins ที่ติดตั้งง่าย เข้ากันได้กับ Theme ส่วนใหญ่ มี ShortCodes ที่สามารถนำไปปรับแต่ง Modifies กับ Theme ต่างๆได้เยอะ ลองรับระบบการเงินทั้ง Paypal , Google Checkout , Authorize.net และยังรองรับการจ่ายเงินแบบ Manual Payment อีกด้วย
เครื่องมือด้านการตลาดมีให้เลือกใช้เยอะทั้ง คูปองส่วนลด ทั้งสินค้าราคาพิเศษ Email marketing
ในส่วนของการ Order  ก็จะมีหน้า Dashboard สำหรับการขาย ย้อนดูข้อมูลเก่าๆ  มี Email แจ้งเตือน และยังสามารถส่งออกเป็น CSV ได้ด้วย
โอ้ย ผมว่ามีอีกหลายเรื่องให้พูดเอาไว้วันหลังแล้วกัน เยอะไปหมด เอาเป็นว่าส่วนตัวที่ชอบเจ้า Plugins ก็คงเป็นเรื่องของ  Product Slider สวยๆ แล้วก็ระบบ NextGen Gellery ที่เตรียมมาด้วยนะครับ
Woo commerce
Woo commerce
2.Woo commerce
นี่ก็เป็น Plugins ที่เป็นที่นิยมมากๆอีกตัวหนึ่งครับ เป็นผลงานจากเหล่านินจาที่มี Theme ออกมามากมายเต็มไปหมดด้วย Woo เป็น Plugins ที่มี Function เยอะครับ น่าจะเหมาะกับเหล่าผู้พัฒนาซะมากกว่า มี shortcodes และ  widgets รองรับมากมาย มี Admin Dashboard ที่เห็นยันจำนวนของสินค้าใน Stock รองรับระบบจ่ายเงินของ Paypal  การคำนวณค่าขนส่ง มีคนพัฒนา Theme สำหรับ Plugins ตัวนี้ขึ้นมาขายก็เยอะอยู่
eshop
eshop
3.eShop
Plugins อีกตัวที่เป็นที่นิยมไม่น้อยหน้ากัน ตัวนี้ส่วนใหญ่เป็น Function ขั้นพื้นฐานของร้านค้าออนไลน์ จะมี Post product  มีการสมัครสมาชิก มี Product option  มี Basic Statistics สามารถ Download ข้อมูลการขายได้ มีหน้าสำหรับตรวจสอบการสั่งซื้อ มีส่วนของ Stock  แต่เท่าที่ดูผมว่าอาจจะเป็นรองสองตัวแรกที่พูดถึง
Cart66
Cart66
4.Cart66
Plugins ที่ไม่ธรรมดาอีกตัว มีทั้งแบบ Free และแบบเสียเงิน ซึ่งถ้าเป็นแบบเสียเงินก็แพงเอาเรื่องอยู่ครับตกปีละ $89 ต่อปีเลย  Cart66 มีคู่มือเยอะครับ เห็นคนทำไว้เยอะเลย  มีระบบของตะกร้าที่สวยงาม และใช้งานง่าย มีการรองรับการขายตั้งแต่สินค้าทั่วไป สินค้า Digital   และสินค้าประเภทงานบริการ มีการ Set เรื่องของค่าเงิน ค่าขนส่ง มี Custom fields มี Theme ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเฉพาะเป็นจำนวนมาก
Jigoshop
Jigoshop
5.Jigoshop
อันนี้เป็น Plugins ที่ชอบเป็นการส่วนตัวครับ ผมว่าเป็น Plugins ที่ใช้งานไม่ยากจนเกินไป ติดตั้งง่ายรองรับสินค้าที่มีความหลากหลายของรูปแบบ การขายที่หลากหลายเงื่อนไข ทำเป็น Catalog ง่าย รองรับสินค้าประเภทหลายสี หลายไซต์  มี shortcodes สำหรับพัฒนา Theme ง่าย และยังมี Theme ที่พัฒนาขึ้นมารองรับ Plugins ตัวนี้มากมายอีกด้วย เรื่องการจ่ายเงินก็มีรองรับ Paypal มีการคำนวณค่าขนส่ง มีการจ่ายเงินแบบ Manual มี Extensions เพิ่มหลายอย่างแต่อันนี้ต้องเสียเงินครับ
ที่มา http://teerapuch.wordpress.com/2012/03/29/5-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-plugins-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-wordpress-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-e-commerce/