วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
สุดยอด WordPress Plug-in ที่คุณควรจะมี
WordPress สุดยอด Engine สำหรับคนที่อยากทำเว็บ ทำBlog … ทำไม? ก็เพราะมีคนใช้ WordPress มากมายทั่วโลก มีคน download ไปใช้แล้วกว่า 65 ล้านครั้ง เป็น CMS engine ที่ฮิตที่สุดในโลกตอนนี้ สาเหตุหลักจริงๆก็เป็นเพราะใช้งานง่าย มี Theme มี Plug-inให้ download ฟรีมากมายและที่สำคัญมัน”ฟรี”
เว็บนี้ก็ทำด้วย WordPress … และผมก็ใช้ Plug-in มาเยอะพอสมควร วันนี้ได้เวลาแล้ว ผมจะมาแนะนำ Plug-in ที่สำคัญๆที่คุณคนใช้ WordPress ควรจะมี
Akismet: อัน แรกคือ Plug-in ที่จำเป็นมากๆ ทำหน้าที่คอย block spam ต่างๆไม่ให้มารบกวน comment ในเว็บของเราเรา ไม่ว่าเว็บเราจะดังไม่ดังแค่ไหน ไม่ต้องกลัว เว็บคุณจะเจอ spam แน่นอน แล้วถ้ามันมาเยอะๆก็ไม่ต้องทำอะไรกันหรอกครับ แค่นั่งลบก็เสียเวลาแย่แล้ว… Akismet ทำหน้าที่สำคัญนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก และไม่ต้องกลัวว่า Akismet จะลบผิดลบถูก Akisment จะให้เราเป็นคนตัดสินใจว่า Comment นั้นเป็น Spam รึเปล่า ถ้าเกิดไม่ใช่เราสามารถเรียกคืนกลับมากได้
Jetpack by WordPress: ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า WordPress.com Stat ทำหน้าที่แสดงสถิติเว็บของเรา เช่น มีคนดูเว็บเรากี่คนต่อวัน ต่ออาทิตย์ ต่อเดือน บทความไหนคนดูเยอะสุด คนเค้า search อะไรบ้างในเว็บเรา คนเข้าเว็บเราจากทางไหนกันบ้าง … สถิติพวกนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราพัฒนาเว็บถูกทาง สิ่งที่เราทำไปแล้วมีคนเห็นรึเปล่าน้า SEOนี่ใช้แล้วได้ผลรึเปล่าน้า(อ่านข้อต่อไป) คนเค้าชอบบทความแบบไหนน้า Plug-inจะให้คำตอบคุณได้ … นอกจากนั้นมันก็สร้างแรงจูงใจด้วย เช่น โอ้วันนี้มีคนมาดูเว็บเราเพิ่มขึ้นเยอะเลย อะ อะ ขียนบทความอีกสักหน่อย ฮีดๆๆๆ … ทุกวันนี้ Jetpack นอกจากจะมี Stat แล้วยังสามารถทำอะไรอย่างอื่นได้หลากหลาย เช่น email subscription, Widget สำหรับแสดง Tweet ..
All in one SEO pack: ใคร ยังไม่รู้จักว่า SEO คืออะไร แล้วคุณจะเข้าใจมากขึ้นเมื่อคนใช้ Plug-in นี้, SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization, มันคือการทำให้เว็บคุณกับ Search Engine รู้จักกันมากขึ้น ปรองดองกันมากขึ้น มันจะทำให้เว็บคุณถูกค้นหาง่ายขึ้น เมื่อมีคนค้นหา”คำ”ที่ตรงกับสิ่งที่เว็บคุณมี สิ่งที่เว็บคุณเป็น เว็บคุณก็จะถูกแสดงในระดับต้นๆ ทำให้มีคนเข้ามาเว็บคุณมากขึ้น … Plug-in ตัวนี้ทำให้มีคนเข้าเว็บผมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ SEO
Disqus comment system: Plug-in นี้เป็นการเพิ่มพลังให้กับระบบ comment , ทำให้ comment มีความเป็น Social มากขึ้น มีการโต้ตอบมากขึ้น, comment ในแต่ละบทความเราจะถูก Sync กับเว็บ Disqus และ comment พวกนั้นจะถูก index กับ search engine ต่างๆ(SEO อีกแล้ว) ทำให้สามารถถูกค้นหาได้ ดึงคนเข้าเว็บมากขึ้น , คนที่สนใจใน comment ไหนๆสามารถ subscribe ได้(จะมี email ส่งไปหาเมื่อมี comment ใหม่ๆ), สามารถสมัคร feed ของ comment ได้, Disqus มีระบบที่จะกรอง comment ที่เป็น spam ให้ด้วย
Facebook, Twitter & Google+ social widget: ทุก วันนี้คงไม่มีใครว่า Social Network ไม่สำคัญเนอะ ถ้าคุณไปตามเว็บ Blog ต่างๆ หรือแม้แต่เว็บหนังสือพิมพ์ดังๆ คุณก็จะเจอปุ่ม Like ของ Facebook, เจอปุ่ม Tweet ของ Twitter, ปุ่ม +1 ของ Google+ และปุ่มจาก Social Network ตัวอื่นๆมากมาย … Plugin ตัวนี้ทำหน้าที่นี้แหละครับ ใส่ปุ่ม Social Network ให้แต่ละบทความเรา, ผมลองใช้ Plug-in แบบนี้มาหลายตัวแล้วแหละ บางตัวหน้าตาดี บ้างตัวมี Social Network ให้เลือกเป็นร้อยเลยครับ แต่ผมว่า Plug-in ตัวนี้หน้าตาง่ายๆดี แล้วก็มีแค่ Facebook, Twitter และ Google+ เองด้วย แต่ผมว่ามันก็เพียงพอแล้วสำหรับคนไทย ไม่ต้องมีเยอะมากให้คนอ่านงงหรอก
Wordbooker: นอก จากปุ่ม like ในแต่ละบทความจะจำเป็นแล้ว การ post บทความใหม่เราลงให้หน้า page ของ facebook ก็สำคัญ เพราะคนที่มา like หน้า page เราจะเห็นบทความใหม่เราใน feed facebook ของเค้า … wordbooker จะเอาบทความใหม่ที่เรา publish ลงใน wordpress ไปใส่ลงในหน้า page ของ facebook ให้อัตโนมัติ… ผมแนะนำให้ใช้คู่กับ twitter app ใน facebook … twitter app จะทำการ post ข้อความใน facebook ของคุณลงไปใน Twitter …. ถ้าทำตามนี้เวลาคุณ publish บทความใน wordpress เมื่อไหร่ คุณก็จะมีบทความไปลงใน facebook page และ twitter ของคุณโดยอัตโนมัติ
Wysija Newsletters: Wysija ย่อมาจาก What You See Is Just Awesome ซึ่งมันก็ Awesome (เจ๋ง)จริงๆน่ะแหละ Plug-in ตัวนี้ทำให้เราสร้างรูปแบบ email หน้าตาดีและสร้างง่ายๆด้วยการลากปุ่มมาแปะ ลากรูปมาแปะ ลาก พิมพ์… และเราสามารถตั้งให้ Wysija ส่ง email ไปหาทุกคนที่สมัครสมาชิกกับเว็บเราได้ จะให้ส่ง email ทุกครั้งที่มีบทความใหม่ก็ได้ จะให้ส่ง email สรุปทุกๆวัน ทุกๆอาทิตย์ก็ได้แล้วแต่เราจะตั้ง …
Yet Another Related Posts Plugin: สิ่ง หนึ่งที่ทำให้คนอ่านเว็บเราอยู่กับเว็บเรานานๆ ก็คือหาอะไรให้เค้าอ่านไปเรื่อยๆ อะไรหล่ะที่จะทำให้เค้าอ่านต่อ ก็อะไรหละที่คล้ายๆกับบทความที่เค้าอ่านอยู่ ที่เค้าสนใจอยู่ นี่แหละคือสิ่งที่ Plug in ตัวนี้ทำ มันจะทำหน้าที่หาบทความอื่นๆของเราที่เกี่ยวข้องกับบทความที่คนอ่านกำลัง อ่านอยู่มาแสดง… คนอ่านเมื่ออ่านจบเหลือบมาเห็นชื่อบทความพวกนี้ก็จะคลิ๊กเข้าไปผ่านต่อได้
Faster Image Insert: ถ้าบทความคุณไม่ต้องใส่รูปมากๆก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าคุณต้องใส่รูปมากๆ เช่นบทความพวก Review บทความพาชมงานต่างๆ เช่น บทความนี้ ผมแนะนำ Plugin นี้เลย … ช่องใส่รูปจะอยู่หน้าเดียวกับที่เราเขียนบทความ(ไม่ได้เป็น pop up) แล้วสามารถแก้ไขชื่อหรือข้อมูลของหลายๆภาพในเวลาเดียวกัน สามารถใส่รูปทีและหลายๆรูปได้ … สะดวกเหลือหลาย
Lightbox plus: อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับรูปอีกหน่อย รู้ไหมเวลาที่เราใส่รูปลงไปที่บทความแล้วเราไม่ได้แก้ linkในรูป เวลามีคนคลิ๊กที่รูปแล้วมันจะเป็นยังไง? มันก็จะเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาแสดงรูปนั้นรูปเดียวชิดขอบบนซ้ายในหน้าต่าง ว่างๆ ดูแล้วเหมือนเว็บไซด์ถูกๆ เห่ยๆ … Lightbox plus จะทำให้เวลาที่มีคนคลิ๊กที่รูป มันจะแสดง pop up ของรูปนั้นขึ้นมาอยู่ในกรอบหน้าตาดี ทำให้เว็บเราดูไฮโซขึ้น เราสามารถกำหนดขนาดรูปที่จะให้แสดงได้ซึ่งเหมาะความต้องการที่จะแปะรูป ใหญ่ๆลงไปในบทความแต่ให้แสดงเป็นรูปเล็กๆในบทความก่อน(เพราะมันจะเกินขนาด หน้าเว็บ) แล้วถ้าคนดูเค้าอยากเห็นรายละเอียดในรูป เราก็ค่อยให้เค้าคลิ๊กรูปได้
ปล. เวลาจะใช้ Plug-in อันนี้ คุณต้องมีการเรียกใช้ footer ในหน้า index.php ด้วยน่ะ (เรียกโดยการใส่ Tag <?php get_footer(); ?> ครับ)
Revision Control: ใครเขียนๆบทความค้างอยู่ แล้วไม่ได้ save เสร็จแล้วเครื่องแฮงค์ หรือเขียนไป save ไปแต่พอ save เสร็จแล้วไอ้ที่เราเขียนมันดันกลายเป็นตัวอักษรประหลาดซะนี่ ทำยังไงหล่ะ … สิ่งที่เราทำเพื่อป้องกันสถานะการพวกนี้ก็คือ การเปิดใช้ Revision หรือมันคือการเก็บเวอร์ชั่นที่เรา save ไว้ก่อนหน้านี้ไว้หลายๆเวอร์ชั่น … การเปิดใช้ให้เข้าไปหน้าที่เราเขียนบทความ เสร็จแล้วก็กดที่ปุ่ม “Screen Options” ด้านบนขวาของหน้า (ข้างล่าง profile ของเรา) เสร็จแล้วให้ติ๊กถูกที่หัวข้อ Post revision แค่นี้ก็เป็นการเปิดใช้แล้ว เวอร์ชี่นที่เรา Save จะอยู่ด้านล่างของหน้าที่เราเขียนบนความ(ใต้หัวข้อ Post Revision) … ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราสามารถกลับไปเอาบทความเวอร์ชั่นที่ Save ก่อนหน้านี้มาใช้ใหม่ได้ … ส่วน Plugin Revision Control นั้น จะทำให้เรากำหนดได้ว่า เราต้องการจะให้ wordpress เก็บบทความเราไว้ย้อนหลังกี่ Revision เพราะถ้าเก็บไว้หลายเวอร์ชั่นมากๆเวลาคนเปิดหน้าบทความนั้นจะใช้เวลานานขึ้น เยอะเลย(เพราะ wordpress ต้องมานั่งดูว่าเวอร์ชั่นไหนเป็นอันล่าสุด) … ผมแนะนำให้เก็บแค่ 3 revision ก็พอ
TinyMCE Advanced: เวลาเขียนบทความใน wordpress มันไม่ง่ายเหมือนเขียนใน MS word ซะทีเดียว เช่น ถ้าเราต้องการเว้นบรรทัดหลายๆบรรทัด เราไม่สามารถจะกด enter ลงมาเรื่อยๆได้ เราต้องใช้ ” ” ในการเว้นบรรทัด … TinyMCE Advanced จะทำให้คุณเขียนบทความใน wordpress ได้ง่ายเหมือนกับเขียนใน MS word เช่น กด enter เพื่อเรื่อยบรรทัดลงมาเรื่อยๆ, เปลี่ยนขนาด font ได้ , เปลี่ยน font ได้, ทำย่อหน้าได้, เปลี่ยนสีตัวอักษร, ไฮไลท์, ใส่ Quote … เยอะแยะ จำเป็น จำเป็น
Viper’s Video Quicktags: ทุก วันนี้เขียนบทความโดยไม่แปะวีดีโอพวก youtube หรือ vimeo ไม่ได้แล้ว … วีดีโอทำให้เราเข้าใจอะไรง่ายๆ วีดีโอดูง่ายกว่านั่งอ่านตัวหนังสือยาวๆ , plug-in ตัวนี้จะทำให้คุณใส่ Tag link ของวีดีโอต่างๆได้ และทำให้คุณสามารถควบคุมวีดีโอได้ตามใจมากกว่า เช่น ขนาดวีดีโอ จะให้ player เป็นสีอะไร ขอบเป็นสีอะไร เล่นแบบอัตโนมัติเลยรึเปล่า วนลูปรึเปล่า จะให้แสดงชื่อวีดีโอรึเปล่า จะให้แสดงปุ่มเพื่อขยายให้เต็มจอรึเปล่า … เก้าลอเก้า
WP About Author: ถ้า คุณไม่ได้เขียนบทความคนเดียวในเว็บ คุณควรจะให้เกียรติผู้เขียน (หรือให้เกียรติตัวเอง)โดยการแสดงหน้าตาเค้า ประวัติเค้า หรือ link ไปยังเว็บส่วนตัว Twitter, Facebook ของผู้เขียน … WP About Author ทำการแสดงส่วนนี้ได้ดีทีเดียว
แล้วคุณหละ มี Plug-in ดีๆ , มี Tips การใช้ WordPress ดีๆอะไรบ้างครับ, รู้อะไรดีๆเอามาแบ่งกันบ้างน่ะครับ
ขอให้สนุกกับการใช้ WordPress ครับ ;)
ข้อมูลจาก http://www.techz500.com/?p=3582
การตั้งค่าเบื้องต้นหลังจากติดตั้ง WordPress
การตั้งค่าเบื้องต้นหลังจากติดตั้ง WordPress
By admin on January 12th, 2011
เป็นการตั้งค่าพื้นฐานที่จำเป็นก่อนนะครับ ส่วนชั้นสูงขอยกไปโพสต่อไปละกันครับ
1. General Settings
เป็นการตั้งค่าพื้นฐานขั้นแรกๆ ครับ วิธีทำก็ไปที่ Settings(ที่หน้าควบคุมหรือ Dasboard)>>>General
จากนั้นกรอกรายละเอียดเว็บของเราลงไป
Site Title: สโลแกนของเว็บเราครับ แบบสั้น
Tagline: ส่วนนี้จะเป็นคำอธิบายเว็บครับ
WordPress address (URL):กำหนด url ของ wordPress ถ้าเปลี่ยนตรงนี้ก็จะเป็นต้องย้ายไฟล์ที่เกี่ยวข้องไปด้วยครับ แต่ถ้าเติมแค่ คำว่า www ไว้ข้างหน้าโดเมนเราก็ไม่มีปัญหาครับ
Site address (URL): ที่อยู่สำหรับผู้ชมเว็บไซต์ของเราครับสามารถเติม คำว่า www ไว้ข้างหน้าโดเมนเราก็ได้ครับ แล้วแต่ชอบ
E-mail address : E-Mail ของเว็บมาสเตอร์ครับ
Membership: ถ้าติกถูกตรงนี้ก็หมายถึงอนุญาตให้มีการสมัครสมาชิกของเว็บเราได้
New User Default Role: กำหนดว่าถ้ามีการสมัครแล้วจะกำหนดให้เข้าถึงได้ในระดับใด(ค่าตั้งต้น)
ส่วนมากเพื่อความปลอดภัยจะกำหนดให้เป็นแค่ Subscriber เป็นผู้รับข่าวสารจากเราเท่านั้น
Timezone: กำหนดเวลาเป็น +7 เวลาประเทศไทยครับ
และก็กด Save Changes
2. Writing Settings
ขยาย บรรทัดการพิมพ์โพส จาก 10 เป็นประมาณ 50 หรือ 60 แล้วแต่ชอบครับ ตรงนี้จะขยายช่องการโพสเนื้อหาครับให้ใหญ่ขึ้นเราจะได้มองภาพรวมง่ายๆ ครับ วิธีทำก็ไปที่ Settings>>>Writing>>>Size of the post box กำหนดตามชอบครับประมาณ 50 กำลังเหมาะ
3. Permalink Settings
เปลี่ยน Link ของ บทความเพื่อเหตุผลด้าน SEO และความสวยงาม ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนตรงนี้ เวลาที่เราคลิกอ่านแต่ละโพสมันจะขึ้นแบบนี้ http://www.โดเมนเนม/?p=123
ถ้าเปลี่ยนแล้วจะเป็นประมาณนี้ครับ http://www.seoweb.in.th/how-to-use-wordpress/settings-after-you-install-wordpress.html
วิธีทำก็ไปที่ settings>>>Common settings>>>ตรง Custom Structure ให้เป็นเป็น
/%category%/%postname%.html
จากนั้นจะขึ้นโชว์ว่า You should update your .htaccess now.
หมายถึงให้ก็อบปี้โคด ด้านล่างที่มันสร้างขึ้นมาทั้งหมดนี้ แล้วไปเปิดด้วยไฟล์ Notepad แล้ว Save as เป็นชื่อ .htaccess
เสร็จแล้วก็ให้อัพโหลดไปเก็บไว้ที่โดเมนเนมของเราไว้ในโฟเดอร์ที่ชื่อ public_html และเปลี่ยน CHMOD เป็น 777
เท่านี้เราก็มี URL สวยๆ ไว้อวดผู้ชมเว็บแล้วครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

